| kuntitut님의 프로필drac사진블로그리스트 | 도움말 |
|
|
drac4월 4일 ของแท้ป่าวว้าไปงานแต่ง เอ เพื่อนเหมืองแร่ที่เชียงราย บ้านเจ้าสาวใหญ่โตอลังการดีมาก ท่าทางจะสบายแล้วนะเพื่อน
แต่มีสิ่งที่น่าจดจำเอาไว้ก็คือเรื่องขำๆ ตอนที่ไปเดินซื้อของกันที่แม่สาย
ผม "เฮ้ย ชาลีถุงเท้าคู่ละสิบบาทเองหว่ะ เอาป่าว"
ชาลี " ..." (หน้าตาเคร่งเคลียด หยิบของมาดูพลิกไปพลิกมา ถุงเท้าปักลายไนกี้ซะด้วย)
หลังจากพิจารณาอย่างเคร่งเคลียดประมาณนาทีกว่าๆ
ชาลี " เฮ้ย แล้วมันของแท้ป่าววะ"
ผม " ...!!! " 7월 18일 สำคัญค้นหาให้เจอว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ
ใช้เวลากับสิ่งนั้นให้มากที่สุด
เวลาที่เหลือใช้กับสิ่งสำคัญอันดับรองๆลองไป
หรือว่างาน(เงิน)จะสำคัญที่สุดในชีวิตผม ไม่น่า ต้องมีสักวันสิที่ผมได้ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ
แล้วมันอะไรหว่า?? 7월 15일 ปรัชญาเราเกิดมาทำไม?
ตายแล้วไปใหน หรือ ไม่ไปใหน ?
นิยามความสำเร็จในชีวิตของคุณคืออะไร ?
ทุกวันนี้เราทำอะไร และทำไปทำไม ?
ผมยังไม่มีคำตอบในสิ่งเหล่านี้หรอกนะ (แต่มันก็พอจะเห็นภาพรางๆแล้วมั้ง) 7월 10일 นิยายจีน3เขียนไว้สามตอน ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนต่อเมื่อมีข้อมูลอีก และหวังว่าภาคต่อจะเป็นอะไรที่แฮปปี้นะ
นิยายจีน (ตอนที่ ๓) 4 มิถุนายน 2549 “ข้าซาบซึ้งใจแทนชาวบ้านยิ่งนักที่ผู้อวุโสคิดกลับมากอบกู้บ้านเมืองอีกครั้ง” “เอาเถอะ ว่าแต่เมื่อสักครู่ก่อนที่เจ้าจะมาพบข้า....” “ท่านผู้อวุโส หมายถึงปราณกระบี่ขั้นเทพที่ปรากฏขึ้นวูบหนึ่งรึ” “เจ้าฝีมือก้าวหน้าจนสามารถรู้สึกถึงปราณกระบี่ขั้นเทพแล้วรึ ดูท่าเจ้าคงขยันฝึกปรือฝีมือเพลงกระบี่จนก้าวหน้าไปมากทีเดียว” “แต่ก็ยังมิอาจบรรลุขั้นเทพซะทีท่าน ตลอดหลายปีที่ผ่านมานับแต่ข้าได้พบท่านและท่านได้แนะทางปรับปรุงเพลงยุทธให้ข้า ข้าได้หมั่นฝึกปรือจนมีฝีมือแก่กล้า ทว่ามิอาจฝ่ากำแพงขั้นเทพไปได้” “นั่งคงเป็นเพราะจิตใจของเจ้ายังไม่สงบพอ เจ้ายังคงห่วงต่อเหตุการณ์บ้านเมืองและผู้คนรอบข้างมากเกินไป จนทำให้จิตใจไม่อาจรวมเป็นหนึ่งกับกระบี่ได้ แต่นั่นก็เป็นข้อข้าที่ข้าชื่นชมเจ้าที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีย์” “กลายเป็นว่าข้าได้รับคำชมที่ไม่อาจสำเร็จวิชากระบี่ขั้นเทพ” “ว่าแต่เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าผู้ใดคือผู้สำเร็จวิชาขั้นเทพ และคนผู้นั้นมีจิตใจด้านมืดด้วยหรือไม่” “คงจะเป็นหนึ่งในจอมยุทธชั้นนำในสามพรรคใหญ่เป็นแน่ท่าน ว่าแต่แม้แต่ท่านก็ไม่สามารถทราบได้หรือว่าผู้นั้นเป็นเทพหรือมาร” “ปราณกระบี่เกิดขึ้นเพียงอึดใจยากจะบอกได้ว่าเป็นเทพหรือมาร หากเป็นมารดูท่าแม้แต่ข้าก็ยากจะทำให้บ้านเมืองสงบได้ในเวลาอันสั้น” “ขอเพียงท่านยอมกลับมาช่วย ย่อมทำให้บ้านเมืองมีหวังมากขึ้น”7월 3일 นิยายจีน ตอนที่2เขียนไว้นานพอสมควรแล้วเพิ่งนึกอยากเอามาลง
นิยายจีน (ตอนที่ ๒) 4 มิถุนายน 2549 “ซาลามัดเซียง ท่านผู้อวุโส” (สวัสดีตอนกลางวันท่านผู้อวุโส) “โอ นี่เจ้าไปทำงานให้พรรคที่เกาะอิเหนาซะนานจนพูดภาษาอิเหนาติดปากเชียวรึ” “ย่าฮ์ ป๊ะซูด่ะมากันเซียง?” (ใช่แล้ว ท่านผู้อวุโสทานข้าวกลางวันรึยัง) “นี่เจ้าหยุดพูดอิเหนาซะทีได้ใหม ก่อนที่ข้าจะต้องใช้วิชาดาบ หมื่นเทพกำราบมาร มาอบรมเจ้า” “เอ่อ! ขออภัยท่านผู้อวุโส ข้าน้อยเพียงแต่นึกสนุกอยากให้ท่านระลึกความหลังครั้งที่ท่านต้องไปปฏิบัติงานที่อิเหนาเมื่อหลายสิบปีก่อน” “เอาเถอะ ว่าแต่มีเรื่องอะไร เจ้าถึงต้องดั้นด้นมาพบข้าถึงที่นี่” “ท่านผู้อวุโส ข้าจะไม่อ้อมค้อมละ บ้านเมืองเราทุกวันนี้วุ่นวายนัก ตอนนี้แตกเป็นสามฝ่าย ฝ่ายที่หนึ่งคือ พรรคจอมยุทธเชิดชูจอมยุทร ซึ่งตอนนี้เป็นพรรคใหญ่ที่ปกครองบ้านเมืองอยู่ อีกฝ่ายหนึ่งคือ พรรคหลักการจอมยุทร อดีตเคยเป็นพรรคใหญ่ที่ปกครองยุทธภพ แต่มาเสียกระบวนพ่ายแพ้ศึกเมื่อห้าปีก่อน ต้องเสียพื้นที่ส่วนใหญ่ให้ พรรคจอมยุทธเชิดชูจอมยุทร ตอนนี้ลงไปตั้งหลังทางทิศทักษิน สุดท้ายคือ พรรคกู้แผ่นดิน ตั้งขึ้นเพื่อโค่นล้มพรรคจอมยุทธเชิดชูจอมยุทธ โดยเฉพาะ ทุกวันนี้เกิดศึกกลางเมืองชาวบ้านล้มตายเป็นเบือ ทุกพรรคต่างไม่มีใครยอมใคร ต่างหวังชิงความได้เปรียบในการยุทธ ไม่มีผู้ใดสนใจช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน” “โอ บ้านเมืองเข้าสู่ยุคเข็น ดูท่าผู้เฒ่าอย่างข้าคงจะหลีกเลี่ยงความสับสนวุ่นวายของยุทธภพต่อไปมิได้กระมัง คงต้องเสียสละความสันโดษ มาช่วยให้บ้านเมืองสงบอีกครั้ง!!” 6월 26일 กลับบ้านเราJune 24, 2006
วันนี้ส่งใบลาออกให้พี่ตง ใจนึงก็ดีใจมากที่จะได้กลับเมืองไทยซะที อีกใจนึกก็ใจหายนะ มันอยู่ที่บ้านปูมานานเหมือนกัน เฉพาะที่อินโดก็สี่ปีกว่า เพื่อนร่วมงานที่นี่ก็สนิทกันเหมือนพี่น้องจริงๆ มันทำให้รู้สึกยากจะบรรยายจริงๆ
จากกันคราวนี้ไม่ได้ลากันตลอดไปก็คงได้พบกันอีกเรื่อยๆนะ brother / sister
เรือน้อยล่องออกจากฝั่งทะเลอินโด สู่ปลายทางดินแดนขวานทองแล้ว
drac 6월 19일 นิยายจีนนึกถึงผลงานทางด้านวรรณกรรมที่เคยแต่งไว้ตอนรอเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์เมื่อปี 47 ไปค้นหาจนเจอเศษกระดาษในกระเป๋าคอม โอ้วมันยังอยู่เอามาลงไว้ในนี้ดีกว่า
นิยายจีน (ตอนที่ ๑) 4 มีนาคม 2547 เที่ยงวัน พระอาทิตย์หลบอยู่หลังเมฆฝน ..ใช่ฝนกำลังจะตก จอมยุทธเฒ่านิรนามยังคงรอคอยการนัดหมายอยู่ที่ร้านอาหารริมทางอย่างใจเย็น ในใจว่างเปล่า สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง ชีวิตเกิดแล้วดับไปตามกาล เหตุใดมนุษย์มิอาจหยุดฆ่าฟัน เรื่องราวในยุทธภพสลับซับซ้อน ต่างคนต่างป่ายปีนไปบนร่างกายและซากศพผู้อื่น สูงขึ้นไป...สูงขึ้นไป มีเพียงเราเท่านั้น ขอมีเพียงเพลงดาบไว้ขับกล่อมให้เพลินใจ ไฉนยังมิอาจมีสันติ ยังมีผู้คนและเรื่องราววิ่งตามมามิหยุดหย่อน นี่กระมังกรรมเก่าที่ทำไว้.. พลันรู้สึกถึงพลังปรานกระบี่ที่ปลายฟ้า ปรากฎขึ้นวูบหนึ่งทางด้านเหนือ “โอ นี่คงมีผู้สำเร็จวิชากระบี่ถึงขั้นเทพอีกคนแล้วเป็นแน่” พลังกระบี่พวยพุ่งเพียงอึดใจมิอาจตัดสินได้ว่าผู้สำเร็จพลังขั้นเทพนี้มีจิตอาฆาตหรือไม่ หากมีจะเป็นภัยแก่ยุทธภพเฉกเช่นจอมมารกระบี่เมื่อครั้ง 30 ปีก่อน เราและมารกระบี่สำเร็จวิชาปราณกระบี่ขั้นเทพพร้อมกันทำให้ยุทธจักรต้องลูกเป็นไฟถึงสิบปีเต็ม ถ้าผู้ที่สำเร็จคนใหม่นี้มีจิตใจโหดเหี้ยม ท่าทางผู้เฒ่าอย่างเราคงต้องออกปรากฏตัวอีกครั้ง “ขออภัยที่ทำให้ผู้อวุโสรอนาน” แขกที่รอคอยมาถึงแล้ว!!!
|
|
|||
|
|